วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

                 เพลงในดวงจันทร์      (อาจารย์เตือนใจ  ศรีมารุต)
   มองขึ้นไปในท้องฟ้า                      เห็นดวงจันทราส่องแสงนวลใย
เมื่อมองจ้องไป                           เหมือนมีกระต่ายอยู่ในดวงจันทร์
นิทานโบราณเล่า                          จริงหรือเปล่าใครช่วยตอบฉัน
บนดวงจันทร์นั้น                           ยังมีกระต่ายไหมเอย  
                           

                  เพลงลอยกระทง                  (สุนทราภรณ์)           วันเพ็ญเดือนสิบสอง                         น้ำก็นองเต็มตลิ่ง

พวกเราทั้งหลายชายหญิง                   สนุกกันจริงวันลอยกระทง
ลอย ลอยกระทง                            ลอย ลอยกระทง
ลอยกระทงกันแล้ว                          ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง
รำวงวันลอยกระทง                         รำวงวันลอยกระทง
บุญจะส่งให้เราสุขใจ                        บุญจะส่งให้เราสุขใจ
                             
         เพลงวันเพ็ญเดือนสิบสอง           (ไม่ทราบนามผู้แต่ง)
 วันเพ็ญเดือนสิบสอง                          น้ำก็นองสองฝั่ง
เรามาสนุกกันจัง                              นั่งเรือเลียบฝั่งมาลอยกระทง
มง มง ป๊ะ เท่งมง                            มง มง ป๊ะ เท่งมง
ของเชิญมาลอยกระทง                      ของเชิญมาลอยกระทง
                              
        คำคล้องจองกระทงน้อย     ( ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง)
กระทงน้อยน้อย    ลอยตามน้ำใส      ตั้งเอาไว้            ถวายแม่คงคา
กลางเดือนสิบสอง น้ำนองล้นบ่า        พวกเราต่างพา     กันลอยกระทง
                               
  คำคล้องจอง  น้ำ          (นราธิป  จันทรเนตร)
น้ำมีประโยชน์มากมาย                         กินก็ได้ชำระล้างก็ดี
ทุกวันต้องใช้น้ำทุกที                          ไม่มีน้ำเราลำบากกาย
เราต้องช่วยกันรักษา                         น้ำทุกหยดมีค่ามากมาย
หมดน้ำลงไปเมื่อไร                           เราทุกคนต้องตายแน่นอน
         เพลง ต้นไม้           ( ศรีนวล  รัตนสุวรรณ )
ต้นไม้ปลูกไว้อาศัยร่มเงา
ส่วนไม้ดอกเราเก็บเอาไว้ใช้สอย
 ไม้ผลปลูกดีได้เก็บผลกินอร่อย
ราต้องคอยหมั่นบำรุงไว้ไม่ละเลย
             เพลง ต้นไม้                               
ต้นไม้ใดใดนั้นมีลำต้น
บ้างมีดอกผลทุกต้นนั้นมีใบ
ส่วนอยู่ในดิน ในดินนั้นรากน้อยใหญ่
กิ่ง ก้าน แขนงทั่วไป
ปกปิดใกล้ไกลใต้ร่มไม้เอย
เพลง  กิ่ง ก้าน ใบ
กิ่ง ก้าน ใบ     ชะ ชะ ใบ  ก้าน  กิ่ง
ฝนตกลมแรงจริง ๆ ( ซ้ำ )
ชะ  ชะ  กิ่ง  ก้าน  ใบ

คำคล้องจอง ประโยชน์ของต้นไม้             ( กัญญา   เกตุกล่ำ )
ต้นไม้นี้ดี         และมีคุณค่า
ต่อเราหนักหนา      หนูจ๋าจงฟัง
ใช้ไม้สร้างบ้าน      พักผ่อนนอนนั่ง
นกได้ทำรัง       อยู่เป็นสุขเอย
 
ต้นไม้
ต้นไม้อ่อนนอนซบสลบหลับ
เฝ้าแต่นับวันคอยด้วยหงอยเหงา
เมื่อฝนโปรยโรยรื่นชื่นเบาเบา
หายซบเซาชูยอดทอดกิ่งใบ
ป่าแสนสวย
ป่าไม้แสนสวย              ต้องช่วยรักษา
อย่าทำลายป่า              คุณค่ามากมี
ดินน้ำพืชสัตว์            ผูกมัดโลกนี้
ร่มเย็นทุกที่              อยู่ดีสุขสบาย
ปริศนาคำทาย
 อะไรเอ่ย………..   ลูกกินได้  ใบแก้ร้อนใน  ใบอ่อนใช้สูบ ( ต้นจาก )
อะไรเอ่ย………..   เมื่อเล็กนุ่งผ้า  เมื่อชราเปลือยกาย ( ต้นไผ่ )
 อะไรเอ่ย…  สูงเยี่ยมเทียมเมฆ  โดกเดก ดันดิ้น หนวดเครารุกริก ดุ๊กดิ๊กโดกเดก ( ต้นสน )
อะไรเอ่ย………..   ต้นเท่าลำเรือ  ใบห่อเกลือไม่มิด ( ต้นมะขาม )
อะไรเอ่ย………..   ใบหยัก ๆ ลูกทะลักเต็มคอ มะละกอไม่ใช่ ( ต้นตาล )

พลงดวงอาทิตย์จ๋า     (ไม่ทราบนามผู้แต่ง)
ดวงเอยดวงอาทิตย์จ๋า               ส่องแสงจ้าเวลากลางวัน
ยามเย็นจะไปไหนนั้น                  ลับขอบฟ้าพลันกลายเป็นกลางคืน
เพลงดวงอาทิตย์
                                                                        (คุณหญิงเบญจา  แสงมลิ)
ยามเช้าตรู่ดวงอาทิตย์ชิดขอบฟ้า
 ทอแสงจ้าแลสว่างต่าง ๆ สี
โอ้หนูน้อยตื่นเถิดมองดูซี
  อาทิตย์ชี้บ่งเวลาว่าเวลากลางวัน

เพลงดวงจันทร์                     ( คุณหญิงเบญจา  แสงมลิ)
ยามย่ำค่ำน้ำค้างหยดกระเซ็น               ท้องฟ้าเป็นสีคล้ำดำอับแสง
 ดวงจันทร์ค่อยค่อยโผล่หมู่เมฆแซง       กระจ่างแจ้งสีนวลชวนดูเอย

เพลงยามเช้าตรู่                   (ศรีนวล  รัตนสุวรรณ)
ยามเช้าตรู่  อาทิตย์ทอแสงทอง          เป็นประกายเรืองรองผ่องนภ
ส่องแสงสว่างไปทั่วแหล่งหล้า             บอกเวลาว่ากลางวัน

เพลงดวงอาทิตย์  ดวงจันทร์         (คุณหญิงเบญจา  แสงมลิ)
ดวงอาทิตย์อยู่กลางวัน                         ดวงจันทร์นั้นอยู่กลางคืน
 ข้างแรมนั้นเดือนดับ               ดวงจันทร์ลับไปที่อื่น
ตอนเช้าอาทิตย์ขึ้น                  ฉันก็ตื่นพร้อมกัน


คำคล้องจอง   จันทร์เจ้าเอ๋ย           (ไม่ทราบนามผู้แต่ง)
จันทร์เจ้าเอ๋ย                           ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนทองแดง                        ผูกมือน้องข้า
ขอช้างขอม้า                            ให้น้องข้าขี่
 ขอเก้าอี้                                  ให้น้องข้านั่ง
 ขอเตียงตั้ง                             ให้น้องข้านอน
ขอละคร                                 ให้น้องข้าดู
ขอยายชู                                 เลี้ยงน้องข้าเถิด
ขอยายเกิด                               เลี้ยงตัวข้าเอง

คำคล้องจอง  จันทร์เจ้าขา               (สมใจ  ทิพย์ชัยเมธา)
สวัสดีครับ (ค่ะ)                            พระจันทร์เจ้าขา (ข้า)
ขอตุ๊กตาให้น้องหนึ่งตัว                       ขอดอกบัวให้น้องหนึ่งดอก
ขอข้าวตอกให้น้องสองถุง                     ขอผ้านุ่งให้น้องสองผืน
ขอปืนให้น้องสามกระบอก                      ขอกระรอกให้น้องสามตัว
ขอถั่วให้น้องสี่กอง                            ขอสร้อยทองให้น้องสี่เส้น
ขอรถเข็นให้น้องห้าคัน                        ขอมะดันให้น้องห้าผล
ขอรถยนต์ให้น้องหกคัน                      ขอขันให้น้องหกใบ
ขอกำไลให้น้องเจ็ดคู่                          ขอชมพู่ให้น้องเจ็ดถาด
ของผักกาดให้น้องแปดต้น                      ขอน้ำฝนให้น้องแปดตุ่ม
ขอกระดุมให้น้องเก้าเม็ด                      ขอแหวนเพชรให้น้องเก้าวง
ขอกระโปรงให้น้องสิบชุด                     ของมังคุดให้น้องสิบตะกร้า

คำคล้องจองฤดูกาล             (เบญจพร   ทัพน้อย)
ฤดูกาลในเมืองไทย               แบ่งออกได้สามฤดู
  ร้อน   ฝน  หนาว  หนูรู้      แต่ละฤดูไม่เหมือนกัน
น้าร้อนแดดร้อนจัด              และอึดอัดไม่สุขสันต์
หน้าฝนสดชื่นพลัน              หน้าหนาวนั้นฉันชอบใจ

คำคล้องจองฤดูหนาว               (เบญจพร   ทัพน้อย)
ภาคเหนือหน้าหนาว                           ถึงคราวหนาวจัด
 เด็ก  เด็ก เป็นหวัด                           คัดจมูกน้ำมูกไหล
น้ำค้าง  หมอกลงหนัก                        นอนพักอุ่นไอ
ห่มผ้าหนาไว้                                 เพื่อให้หนาวคลาย

คำคล้องจองฤดูหนาว
           (ไม่ทราบนามผู้แต่ง)
สวัสดีหนูจ๋า                ห่มผ้าขนสัตว์
มันหนาวชะมัด                       หรือหนูว่าไร
หนูเป็นเด็กดี                         อ้วนพีแจ่มใส
รักษาอนามัย                        ดีจริงหนูเอย

เพลงว่าว (คุณหญิงเบญจา  แสงมลิ)
 ว่าวลอยอยู่บนท้องฟ้า                     มันลอยมาแล้วก็ลอยไป
ฉันอยากเป็นว่าวนี่กระไร                     จะได้ลอยไปลอยมา
ว่าวลอยอยู่ในท้องฟ้า                         นั่นจุฬานี่ปักเป้า
เร็ว ๆ เข้าซิพวกเรา                         ดูปักเป้า  คว้าจุฬา

เพลงสามฤดู             (ศรีนวล  รัตนสุวรรณ)
 ฤดูฝนเริ่มต้นเดือนพฤษภา                     ฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกา
ฤดูร้อนเริ่มราวเดือนมีนา                       สามฤดูเวียนกันในรอบปี

เพลงหนาว                    (วิชัย  น้อยเสนีย์)
 หนาว หนาว หนาว                   พอถึงหน้าหนาว
แหมมันหนาวจนสั่น                   หนาวโน่น  หนาวนี่  หนาวนั่น
มันหนาวจนสั่น                        ไม่รู้จะทำอย่างไร              
เอาอย่างนี้  เอาอย่างนี้  เอาอย่างนี้       พอหนาวอีกที
ต้องแข็งแรงว่องไว                     ตื่นเช้าต้องออกกำลังกาย
ตื่นเช้าต้องออกกำลังกาย             แล้วทำงานไปจะหายหนาวเอย

เพลงหนาวจริง     (เตือนใจ  ศรีมารุต)
หนาวจริง  หนาวจริง  หนาวจริว            หนาวจริง ผิงไฟ  ก็อุ่น
ออกกำลัง วิ่งกัน  ชุลมุน  (ซ้ำ)                     หยุดวิ่งก็อุ่น หายหนาว แล้วเอย
  คำคล้องจอง กรรไกร ไข่ ผ้าไหม
ผ้าไหม       ไข่      กรรไกร
ไข่หนึ่งใบ      สองบาทห้าสิบ
ห้าสิบ   หนึ่งบาท  สองใบ
ไข่   ผ้าไหม    ไข่     กรรไกร

คำคล้องจอง  “ผักสดสะอาด”      (  โดยประภาภรณ์    สมุทรเขต)
ผักกาดขาวปลี                             ผักชี  ผักคะน้า        
แตงกวาถั่วฝักยาว                         กระเพราแมงรัก
ลูกฟักลูกบวบ                            ยอดอวบน่ากิน
มีวิตามิน                                   บำรุงร่างกาย
เพลง  มากินผัก ผลไม้
 จันทร์มากินผักซี                   มากินผักซี
 กินดี  ดี                               กินดี  ดี
  อีกทั้งวิตามิน                      และเกลือแร่ ( ซ้ำ )
ร่างกายแข็งแรง ( ซ้ำ )
มากินผลไม้ซี                  มากินผลไม้ซี
กินดี ดี                        กินดี  ดี
วิตามินซีมีมากมาย   ( ซ้ำ )
ป้องกันเลือดออกไรฟัน ( ซ้ำ )

เพลง ปลูกผัก  ผลไม้
ทำนอง  ปลูกข้าวโพดสาลี
 ผู้แต่ง     นางฉวี  พัฒน์จันทร์
พรวนดินกันเสียให้หมด       แล้วเรามาปลูก  ผักผลไม้กัน ( ซ้ำ )
ให้พวกเราช่วยกัน                สองมือขุดดินเร็วซี
กสด  ผลไม้ดี ( ซ้ำ )           กินแล้วมีร่างกายแข็งแรง ( ซ้ำ )

คำคล้องจอง  จ้ำจี้ผัก  ผลไม้ ( ฉวี  พัฒน์จันทร์  ปรับปรุงเนื้อหา )
จ้ำจี้ผักผลไม้   แตงไทย  แตงกวา
ผักกาด  คะน้า  พุทรา  มังคุด
  มะกรูด  มะนาว  มะพร้าว  ส้มโอ
ฟักแฟง  แตงโม  ไชโยโห่ฮิ้ว

นิทานเรื่อง  หนูลำไย
               ครอบครัวหนึ่งมี  พ่อ  แม่  และลูก  ซึ่งเป็นเด็กอายุ  ปี  มีชื่อว่า  หนูลำไย  พ่อแม่รักหนูลำไยมาก  จึงตามใจทุกอย่าง    หนูลำไยไม่ชอบรับประทานผัก  ผลไม้  แต่ชอบรับประทาน ลูกอม  ช็อกโกแลต  มาก  จึงแอบซื้อรับประทานอยู่บ่อย ๆ  จนหนูลำไยฟันผุหมดปาก  ร่างกายก็ซูบผอมเพราะไม่ทานผัก  ผลไม้เลย  แล้วก็เริ่มเจ็บป่วยบ่อย ๆ  เมื่อถึงหน้าฝน  หนูลำไยก็ชอบเล่นตากฝน  จนทำให้ไม่สบาย  ตัวร้อน  คุณแม่ต้องพาไปหาหมอ  หมอจึงแนะนำให้พักผ่อนมาก ๆ และรับประทานผัก  ผลไม้ทุกชนิด  เช่น   มะเขือเทศ ช่วยให้ผิวสวย แก้มแดง  ผักบุ้ง ช่วยให้นัยน์ตาเป็นประกาย  ถั่วงอก ช่วยให้ฟันแข็งแรง  ผักคะน้าช่วยให้แขนและขามีความแข็งแรง  ส้ม ฝรั่ง ให้วิตามินซี  ช่วยให้ฟันไม่ผุ  ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน   มะละกอ ช่วยให้ท้องไม่ผูก  ขับถ่ายสะดวก  และที่สำคัญหนูลำไยจะต้องไม่กินลูกอม  ขนมหวานบ่อย ๆ อีกด้วย  เมื่อหนูลำไยกลับบ้านก็ทำตามคำแนะนำของคุณหมอ  จนทำให้หนูลำไยมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์  ไม่เจ็บป่วยบ่อย ๆ อีก  หนูลำไยจึงเป็นเด็กดีที่น่ารักของพ่อแม่ต่อไป

      เพลง  “ผักจ้าผัก”        
  ( คุณหญิงเบญจา      แสงมลิ   )
 ซื้อซิจ๊ะผักสดสะอาด                          ผักกาดนี่แตงกวา
  นั้นคะน้าถั่วฝักยาว                           มะเขือยาว   กะหล่ำปลี

เพลง  “กินผักผลไม้”    (  ไม่ทราบนามผู้แต่ง  )
กินผักผลไม้                         ทำให้แข็งแรง
แก้มก็แดง                            น่ารักหนักหนา
กินไข่  เนย  นม                     เนื้อหมูปูปลา
 กนแล้วแกร่วกล้า                    เติบโตว่องไว

เพลงสีรุ้ง              (ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง)
รุ้งเลื่อมลายงดงาม                       สีม่วงครามอีกนามน้ำเงิน
เขียวเหลืองแดงงามดูน่าชม                  ช่างสุขสมสีม่วงสวยเอย


คำคล้องจองเจ็ดวันฉันนั่งนับ        (ผศ.วัฒนา ปุญญฤทธิ์ และคณะ)
เจ็ดวันฉันนั่งนับ                          อาทิตย์ลับเริ่มสีแดง
วันจันทร์นั้นเปลี่ยนแปลง                เป็นสีเหลืองเรื่อเรืองตา
วันอังคารสีชมพู                         ช่างงามหรูดูทีท่า
วันพุธสุดโสภา                            เขียวขจีสีสดใส
วันพฤหัสบดี                              ประสานสีแสดวิไล
วันศุกร์ฟ้าอำไพ                          เสาร์สีม่วงเด่นดวงเอย
   
 (อาจารย์เตือนใจ  ศรีมารุต)
วันเด็กวันนี้ แสนยินดีปรีดา  (ซ้ำ)          ชวนกันมาเริงระบำทำเพลง
เสาร์ที่ 2 มกราครื้นเครง                     มาร่วมร้องเพลงและเริงระบำ
พวกเด็กอย่าช้าลุกขึ้นมาร่ายรำ               ออกเต้นระบำสนุกสนาน
เราแสนเบิกบานในวันเด็กเอย

(ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง)
เด็กชายนิดเป็นเด็กเกเรและชอบโกหก ใครๆ จึงไม่อยากเล่นด้วย เด็กชายนิดชอบทำลายข้าวของ
และสร้างความเดือนร้อนให้แก่เพื่อนๆ อยู่เสมอ ดังนั้นทุกคนจึงช่วยกันคิดหาทางแก้ไขนิสัยขี้โกหกของเด็ก
ชายนิด จึงไปขอยืมต้นไม้จับโกหกของนางฟ้าใจดีประจำหมู่บ้านไปตั้งไว้กลางป่า และร่ำลือว่า
เป็นต้นไม้วิเศษ ใครได้เป็นเจ้าของจะมีเงินทองมากมาย เรื่องนี้ได้ยินไปเข้าหูเด็กชายนิดด้วย เขาจึงแอบ
เข้าไปในป่าและขโมยต้นไม้มา วันต่อมาเขาบอกกับทุกคนว่า ต่อไปนี้เขาจะมีเงินทองมากมายและจะร่ำรวยกว่าทุกคน
          
ในตอนเย็นวันนั้นมีกิ่งไม้งอกออกมาที่ศีรษะของเด็กชายนิด เขาตกใจมาก เอ๊ะ กิ่งไม้พวกนี้งอกออกมาได้
อย่างไร เราจะทำยังไงดี แย่แล้ว มันงอกออกมาใหญ่เลย เด็กชายนิดตกใจมากจึงขอร้องให้ทุกคนช่วย
เธอเอาต้นไม้วิเศษไปใช่ไหม เด็กชายนิดตอบ เปล่าไม่ได้เอาไป ทันทีที่พูดจบต้นไม้ก็งอกออกมาเต็มตัว
ช่วยผมด้วย ฮือ ฮือ ไม่เอาแล้ว จะไม่โกหกอีกแล้วครับ ทันใดนั้นนางฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้นและบอกเด็กชาย
นิดว่า ถ้าเธอเลิกโกหกกิ่งไม้ก็จะค่อยๆ หายไป จริงอย่างที่นางฟ้าบอก เมื่อเด็กชายนิดไม่โกหกกิ่งไม้ก็
ค่อยๆ หายไป หายไป จนเป็นปกติ เขากลายเป็นเด็กชายนิดคนใหม่ที่น่ารัก นิสัยดี ไม่โกหก และมีเพื่อนมา
เล่นด้วยมากมาย

เพลงชูมือ               (โรงเรียนอนุบาลจิตรลดา)
ชูมือไปข้างหน้า            กำมือขวาและมือซ้าย
กางปีกข้างข้างได้          ส่งมือไปข้างหลังตัว

เพลง สบายตัว
อาบน้ำแล้วสบายตัว   สบายหัวหนูหมั่นสระผม
ตัดเล็บที่มันแหลมคม  ปากหอมน่าชมเพราะหนูแปรงฟัน

เพลง  แปรงฟัน
แปรงซิแปรง  แปรงฟัน           ฟันหนูสวยสะอาดดี
แปรงขึ้นแปรงลงทุกซี่              สะอาดดีเมื่อหนูแปรงฟัน

เพลง  ล้างมือ
ก่อนกินอาหารเราต้องล้างมือ
เล่นมาเปื้อนเปรอะก็ต้องล้างมือ
กลับจากห้องน้ำเราต้องล้างมือ
ล้างมือ  ล้างมือ  ให้สะอาดเอย

เพลง  อาบน้ำ
อาบน้ำซู่ซ่า  ล้างหน้าล้างตาฟอกสบู่ถูตัว
ชำระเหงื่อไคล  ราดน้ำให้ทั่ว  เสร็จแล้วเช็ดตัว
อย่าได้ขุ่นมัว  สุขกายสบายใจ

เพลง  ชื่อของเธอ
ชื่อของเธอฉันไม่รู้จัก
ขอถามทักนักเรียนเข้า
ชื่อของเธอฉันจำไม่ได้
ชื่ออะไรขอให้  บอกมา  (ซ้ำ)

   เพลง  เรามาโรงเรียน
เรามาโรงเรียน     เราเขียนเราอ่าน
ครูเล่านิทาน                 สนุกถูกใจ
เราเรียนเราเล่น             เราเป็นสุขใจ
ร่าเริงแจ่มใส                เมื่อมาโรงเรียน

เพลง  เก็บของ
เก็บของไว้ให้เข้าที่
เก็บดีดีอย่าวิ่งซุกซน
มาช่วยกันเก็บทุกคน
หนูหนูอย่าซนช่วยกันคนดี
ช่วยกันช่วยกันคนดี

เพลง ล้างมือ
มือฉันนั้นสวยจริงๆ      เปื้อนไม่นิ่งรีบล้างเร็วไว
กลับจากห้องน้ำและก่อนเกินไป    ล้างมือเสียให้สะอาดเอย


เพลงดิน หิน ทราย  (สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ)
ไส้เดือนอยู่ในดิน                         ตามซอกหินมีสัตว์อาศัย
มีสัตว์อีกมากมาย                       อยู่ในทรายควรตรวจตรา
ดินหินทรายมีสัตว์มากมาย              มีอันตรายอย่าได้ซุกซน      

เพลง นักบินไทย                       ( ไม่ทราบนามผู้แต่ง )
ท้องฟ้าสดใส                     เครื่องบินขับไล่เลื่อนล้อมา
บินเอียงซ้าย                              และเอียงทางขวา
 เสียงกระหึ่ม  หึ่ม  หึ่ม                  ใบพัดหมุนติ้ว
นักบินไทย                                จงสวัสดี

เพลง เรือพาย                  ( ไม่ทราบนามผู้แต่ง )
        พาย  พาย  พาย         ลงเรือพายไปตามลำคลอง
 เรือน้อยลอยล่อง                ลอยล่องไปตามน้ำไหล
พาย  พาย  พาย             เราช่วยกันจ้ำ  เราช่วยกันพาย ( ซ้ำ )
 
 
เพลง เก็บของ    เนื้อร้อง  รัชนี  ศรีไพศาล ทำนอง    เพลงผู้ใหญ่ลี
 เก็บของไว้ให้ถูกที่                         เก็บดีดีอย่างวิ่งซุกซน
มาช่วยกันเก็บทุกคน                      มาช่วยกันเก็บทุกคน
หนู หนู อย่าซนช่วยกันคนดี              ช่วยกัน ช่วยกันคนดี  (ซ้ำ)

เพลงยานพาหนะ 
(ศรีนวล  รัตนสุวรรณ)
          หึ่ม หึ่ม หึ่ม                เครื่องบินที่กระหึ่มบนฟ้า
ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น                          รถยนต์แล่นมาแต่ไกล
ปู๊น ปู๊น ปู๊น                          นั่นเสียงหวูดของรถไฟ
ตึก ตึก ตึก                          เรือยนต์แล่นในแม่น้ำลำคลอง

เพลงรถไฟ   
(บัณฑิต  บุณยาคม)
          ฉัก ฉึก ฉัก                 เสียงตัวจักรเครื่องจักรรถไฟ
วิ่งตรงมาโดยเร็วไว                 เสียงรถไฟมันดังฉักฉึก
ฉัก ฉึก ฉัก                           เสียงตัวจักรยิ่งฟังคักคึก
ฉัก ฉึก ฉัก ฉึก ฉัก                  วู้น วู้น วู้น วู้น วู้น วู้น

  เพลงเรือพาย 
(ศรีนวล  รัตนสุวรรณ)
          พาย พาย พาย            ลงเรือพายไปตามลำคลอง
เรือน้อยลอยล่อง                             ลอยล่องไปตามน้ำไหล
พาย พาย พาย                     เราช่วยกันจ้ำ เราช่วยกันพาย (ซ้ำ)
                         
คำคล้องจองเครื่องบิน 
(สุจิตรา  ขาวสำอาง)
          เสียงหึ่ม หึ่ม               เครื่องบินบินอยู่บนท้องฟ้า
เหล่านกกาบินมา                    แล้วก็บินจากไป
ฉันบอกใคร  ๆ                       ชอบใจอยากไปกับเครื่องบิน
วันนี้ต้องเดินบนดิน                  ยังไม่ได้บินไปไหนเอย